Categorized under: English

My 1st TOEFL Exam

ความเดิม: สมัครสอบ TOEFL ไว้ที่ศูนย์สอบ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่มเกล้า รอบ 9 โมง วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553 ค่ะ

หลังจากที่คาดไว้ 2 วัน ผลสอบ TOEFL ก็ออก (กะไว้วันศุกร์ 5 ก.พ., ออกอาทิตย์ที่ 7)
การสอบ TOEFL นี้ต่างจาก IELTS โดยสิ้นเชิง คือ

  • รู้ตัวล่วงหน้าและวางแผนเตรียมตัวก่อนสอบ 2 เดือน (ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ทำตามแผน)
  • มีการซ้อมมากกว่า IELTS
  • มี ประสบการณ์สอบมาแล้ว 1 ครั้ง (คือ IELTS) และรู้ผลเสียของการตื่นเต้นตอนสอบ – -”

การเตรียมตัว

  • หาข้อมูลศูนย์สอบแบบแทบจะเรียกว่า พลิก Google หา และออกมาเป็น entry นี้
  • รวมหัวกับ @eig, @bloodmoon, @agidot ตั้ง Google Group กลุ่มฝึกเขียน essay ซ้อมเขียนกันไปได้ราวๆ 3-4 หัวข้อ – -” เขียนกันเอง comment กันเอง (ตอนหลังได้เทพอย่าง จูจู กะ @jittat มาช่วย comment ด้วย สุดยอด) << แต่เขียนแบบไม่ดูหลักการไรเลย + หยุดเขียนไปตั้งแต่เดือนกว่าๆ ก่อนสอบ
  • ลงทะเบียนเรียนวิชา ENG4 TOEFL ของมหาลัย ที่ว่ากันว่า A โหดเอาการ (พอดีซัด B+ Warehouse ไปแล้วเลยไม่กลัวไรละ 555)
  • รวมหัวกับ @eig, @bloodmoon, @agidot อีกเช่นเคย ตั้งวงซ้อม speaking กันได้ 3-4 ครั้ง ครั้งละราวๆ 3-4 ชม.
  • 1 วันก่อนสอบ ลองทำข้อสอบ TOEFL จาก โปรแกรมของ Cambridge (ยื้มแผ่นจาก x) ไปได้ 1 ชุดเศษๆ
  • 1 ชม.ก่อนสอบ เอา tips การเขียน writing จากซักที่มาอ่าน

วันสอบ

  • นั่งแท็กซี่ไปกับ @eig กับ @bloodmoon แต่เช้า เวลาสอบ 9.00 เค้าให้รายงานตัว 8.30 เราก็ออกจากแถวๆ เกษตรกันตั้งแต่ 7.05 ไปถึงโน่นประมาณ 8 โมง ก็กินข้าวใต้ตึก ดูแมว เดินเล่น ฆ่าเวลากันไป 55
  • 8.30 ไปลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ไม่ยอมพูดไรด้วยเลย มาถึงเราก็ กรอกๆ เซ็นๆ ไปตามเรื่อง ถามเค้าว่าวันนี้วันอะไรเค้าก็ยิ้มๆ ไม่ตอบ จนนึกออกเอง.. ฮา
  • 9.00 กินน้ำ (เค้าห้ามเอาขวดน้ำเข้า) เข้าห้องน้ำเรียบร้อย พร้อมเข้าห้องสอบ แต่ห้องสอบไม่เปิดซักที
  • รอๆ ไปก็มีคำสั่งปลดอาวุธเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระเป๋าตังค์ห้ามเอาเข้า นาฬิกาข้อมือก็ห้ามใส่ (ก็ยังดีที่มี locker ให้)
  • รอแล้วรอเล่า ใจเต้นโครมคราม วิ่งไปเข้าห้องน้ำอีกรอบ กลับมาปรากฎเค้าเริ่มเรียกเข้าห้องกันแล้ว
  • รอคิวนานเหมือนกัน กว่าจะได้เข้าสอบจริงน่าจะปาเข้าไป 9.40 ได้เข้าเป็นคนท้ายๆ
  • เข้าไปก็โดนถ่ายรูปด้วยกล้องเว็บแคม จากนั้นมีเจ้าหน้าที่มาพาไปยัง “คอก” สอบ
  • เจ้าหน้าที่คลิกๆ เรียกโปรแกรม พิมพ์รหัสผ่าน เข้าสู่โปรแกรมสอบ
  • การสอบจะมีส่วนไม่เก็บคะแนนด้วย เป็น Reading/Listening เพิ่มเติม แล้วแต่คนจะได้
  • Part 1: Reading
    • อ่านได้ถึงบทความที่ 2 ก็ปวดตา (มี 3 passages)
    • ฝืนใจทำๆ จนจบบทความที่ 3 ครบ 1 ชม. จะได้รีบๆ ทำ Listening พักสายตา
    • กะว่าน่าจะได้ 25-26 เพราะตอนซ้อมก็ประมาณเนี้ย
  • More Reading
    • สรุปว่าเจอ Additional Reading ..ต้องอ่านต่ออีก 40 นาที.. โฮก
    • อ๊ากกก ปวดตามาก ล้าแล้ว สมาธิเริ่มแตกซ่าน ทำได้ช้าลงมาก + passage เหมือนจะยากขึ้น
    • ใช้แรงฮึดเฮือกสุดท้ายฝืนต่อจนทำทันหวุดหวิด
    • อันนี้น่าจะทำได้แย่กว่าชุดที่แล้ว ภาวนาให้ชุดนี้เป็นชุดไม่เก็บคะแนน และชุดที่แล้วเก็บคะแนน
  • Part 2: Listening
    • ในที่สุดก็ได้ฟังซะที พักสายตา ลืมตามั่งหลับตามั่ง จดๆ ไป
    • บางทีก็ใช้สมาธิกับการจดซะจนลืมฟังบางรายละเอียด (ซึ่งมันถามด้วย ซวยโคตร dTvTb 55)
    • ตอนท้ายๆ คนที่เข้าห้องสอบมาก่อน เริ่ม speaking กันแล้ว ขนาดตาม review เค้าว่าที่นี่เสียงรบกวนน้อย ยังได้ยินเสียงมากวน (แต่ไม่ใช่ตอนฟังเนื้อหาแล้ว เป็นตอนตอบคำถาม)
    • กะว่าได้ 24-25 เหมือนตอนซ้อม
  • พัก 10 นาที
    • ออกไปเดินเล่น เข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำ
    • กลับมาพักสายตา สงบสติอารมณ์ เตรียมเจอ speaking
  • Part 3: Speaking
    • พยายามไม่ตื่นเต้น
    • คำถามแรก ดันนึกไม่ออกว่าจะตอบอะไรดี (ด้านเนื้อหา) จนหมด 15 วิก็ยังนึกไม่ออก สุดท้ายก็มั่วๆ ไป
    • คำถามหลังจากนั้นเลยล่มสลาย สมาธิรวนซะแล้ว
    • สรุปคือแย่ แต่ก็ไม่ได้แย่กว่าตอนซ้อมมาก (ประมาณว่า ตอนซ้อมก็ห่วยเหมือนกัน)
    • รู้สึกว่าได้ไม่เกิน 20 ชัวร์ป้าบ ดีไม่ดีได้แค่ 17-18
  • Part 4: Writing
    • ตอนซ้อมไม่เคยเขียนทันเวลาเลย เกินมา 10 นาทีตลอด แต่ก็สู้ตายค่ะ
    • ทั้ง 2 tasks เขียนทันเวลาหวุดหวิด ในหลักหน่วยของวินาที พิมพ์สรุปจบคำสุดท้าย กะพริบตา 3-4 ทีก็หมดเวลา
    • เขียนได้ดีกว่าทุกครั้งที่เคยเขียน ใช้รูปประโยคแปลกๆ เยอะ (complex structure) คำศัพท์ค่อนข้างหลากหลายกว่าตอนซ้อม เนื้อหาก็ไม่เลว
    • เพราะว่าเขียนทันเวลาหวุดหวิด เลยไม่ได้อ่านทวนอีกรอบด้วยซ้ำ บางจุดที่นึกคำโดนๆ ไม่ออก ใส่คำโง่ๆ แก้ขัดไปก็ไม่ได้กลับมาแก้ ฮาา
    • กะคะแนนไม่ถูก ถ้าเค้าใจดีๆ หน่อยน่าจะให้ 23-24 น้าาา (หนูขอร้อง 55)

ผลสอบ

สอบเสร็จ กะไปกะมา ฮืมมม น่าจะเกิน 90+ ขอให้เกินๆ เท้อ!
แต่ให้ได้ 100+ คงหมดหวังแล้ว (มองโลกแง่ดี R25, L25, S20, W25 ..ก็ยังเพิ่ง 95 เท่านั้น)
สรุปคือ…

Reading: 28
Listening: 27
Speaking: 20
Writing: 28
Total: 103

คะแนนออกมา ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฟลุ้คมาก ดีใจสุดๆ 55 vdTvTbv

Comments

  1. speaking ยากจริงจังอ้ะ


    Chayanin
    February 11th, 2010
  2. เห็นด้วย
    ป่านได้เท่าไหร่อะ ><


    KaewGB
    February 11th, 2010
  3. speaking ครั้งล่าสุดได้ 23 ครับ


    chayanin
    February 15th, 2010
  4. @chayanin โฮก สุดยอด ><


    kaewgb
    February 15th, 2010
  5. ขอบคุณครับที่แบ่งปัน หลังจากอ่านแล้วรู้สึกจิตใจฮึดสู้ขึ้นมาอีกเยอะเลยครับ :)


    คนน้อง
    October 11th, 2010
  6. รบกวนถามหน่อยนะคะ Additional Reading นี่หมายถึงอะไรค่ะ ตอนนี้เตรียมตัวสอบtoefl วันที่ 24นี้แล้ว แต่ไม่ทราบเรื่อง Additional Reading มาก่อนเลยค่ะ

    อ่านแล้วตกใจมาก!!! มันคืออะไรค่ะ???
    เข้าใจมาตลอดว่า จะมี reading ให้อ่าน 3 passage

    ขอบคุณค่ะ


    toey
    September 13th, 2011
  7. คือ แบบทดสอบเพิ่มเติมเพื่อเอาไปปรับปรุงข้อสอบในอนาคตอะค่ะ ไม่นับเป็นคะแนน จะมี 2 แบบ ถ้าไม่ Reading ก็ Listening
    Reading เค้าจงใจแบ่ง 3 passages เป็น 1 passage 20 นาที กับอีก 2 passages 40 นาที
    ถ้าได้ Additional Reading ก็คือจะต้องทำอีก 2 passages 40 นาทีค่ะ โดยที่ไม่รู้ว่าอันไหนคืออันที่เก็บคะแนน และอันไหนคืออันที่เค้าเอาเป็น feedback (คงเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะตั้งใจทำจริงๆ)
    ถ้า Listening ก็จะมีแถมมาทำนองเดียวกันค่ะ ส่วนตัวอยากได้ listening มากกว่าเพราะอ่านนานๆ ปวดตา – -”


    kaewgb
    September 13th, 2011
  8. ที่เกษมบัณฑิตเครื่องมืออะไรๆ โอเคใช่มั๊ยคะ
    แอบหลอนนิิดนึง ที่มีคนรีวิวว่าเครื่องมีปัญหา


    Ninny
    April 1st, 2012